Sep
24
Posted in
แต่งบ้าน |
Comments Off
• S elect a mattress เลือกที่นอนที่คุณชอบโดยไม่รีบเร่งในการเลือก ใช้เวลาพิจารณาว่าที่นอนหลังไหนที่คุณรู้สึกชอบจริง ๆ • L ie down in your sleep position คุณควรสวมใส่เสื้อผ้าและรองเท้าที่สบายในวันเลือกซื้อของคุณ เพื่อจะได้ง่ายต่อคุณในการทดลองนอน • E valuate the level of comfort and support คุณไม่สามารถพิจารณาว่าที่นอนดังกล่าวจะให้การรองรับและความสบายที่ดีได้เพียงแค่ทดลองนั่งที่ขอบเตียงหรือนอนลงบนเตียงเพียง 2-3 วินาที คุณควรจะทดลองนอนสักพักหนึ่ง และอย่าอายที่จะหมุนตัวบนที่นอนและทดสอบการนอนตะแคงดูว่าไหล่และสะโพกได้รับการรองรับที่สบายเพียงพอหรือไม่ และลองนอนพร้อมกับคู่ของคุณว่าพื้นที่กว้างขวางเพียงพอสำหรับคุณกับเขาหรือไม่ • E ducate yourself about each selection พยายามสอบถามข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมด ถามเกี่ยวกับประวัติที่นอน พยายามหาข้อมูลสินค้าที่โชว์และอุปกรณ์ของที่นอนรวมทั้งฐานที่นอน อ่านรายละเอียดของป้ายที่ติดกับที่นอน และถามรายละเอียดของที่นอนและฐานรองที่นอนจากพนักงานขาย และพยายามซื้อจากร้านค้าที่มีชื่อเสียงและไว้ใจได้ เพราะคุณอาจต้องการการดูแลหลังการขายและการรับประกันสินค้าจากที่นั่น • P artners should shop together ควรให้สามีหรือภรรยาของคุณไปช่วยเลือกซื้อด้วย เพราะคุณต้องนอนกัน
>> อ่านต่อ
Sep
21
Posted in
แต่งบ้าน |
Comments Off
ใครที่เคยเลือกแบบห้องน้ำ คงเคยมีอาการรักพี่เสียดายน้อง เมื่อเห็นกระเบื้องตกแต่งห้องน้ำซึ่งมีให้เลือกมากมาย ดังนั้น คงเป็นการดีไม่น้อย ถ้าเราสามารถจับคู่กระเบื้องให้เข้ากับการตกแต่งห้องน้ำสไตล์ต่างๆ ได้อย่างลงตัว ดังตัวอย่าง ห้องน้ำทั้ง 4 มุมต่อไปนี้ 1. กระเบื้องปูพื้นสีดำแกรนิต 2. กระเบื้องปูพื้นสีขาวลายเส้น 3. กระเบื้องปูพื้นสีดำลายเส้น แบบห้องน้ำสไตล์โมเดิร์น (Modern) ห้องน้ำสไตล์โมเดิร์นเน้นเส้นสายที่เรียบง่ายและการจับคู่สีขาว-ดำที่ไม่ดูหวือหวาแต่สวยงามเหนือกาลเวลา 1. กระเบื้องผนังสีขาว 2. กระเบื้องปูพื้นสีน้ำตาล 3. กระเบื้องผนังลายดอกไม้ แบบห้องน้ำสไตล์วินเทจ (Vintage) เพิ่มรายละเอียดสไตล์วินเทจในห้องน้ำ ด้วยกระเบื้องลายดอกไม้สีน้ำตาลโดดเด่นบนผนัง พื้นและผนังที่เหลือเลือกใช้กระเบื้องสีพื้น ดีไซน์เรียบไม่ทำให้ห้องดูรกเกินไป 1. กระเบื้องผนังสีขาวลายจุด 2. กระเบื้องปูผนังสีขาวลายหิน 3. กระเบื้องปูพื้นสีแกรนิต แบบห้องน้ำสไตล์คลาสสิค (Classic) แม้จะเป็นห้องน้ำสีขาวล้วน ทว่าพื้นผิวสัมผัสบนกระเบื้องนั้น ช่วยสร้างความน่าสนใจให้กับผนังได้ดี เช่นเดียวกับการเลือกสุขภัณฑ์สไตล์คลาสสิคที่ดูอ่อนโยนและนุ่มนวล 1. กระเบื้องปูผนังลายรังผึ้งสีน้ำตาล 2. กระเบื้องแก้วปูผนังสีขาว 3.กระเบื้องปูผนัง แบบห้องน้ำสไตล์มิกซ์แอนด์แมช (Mix & Macth) หากชอบทั้งสีสันแต่กลัวเลอะเกินไป สามารถเลือกใช้กระเบื้องแก้วซึ่งมีสีสันสดใส
>> อ่านต่อ
Sep
21
Posted in
แต่งบ้าน |
Comments Off
ในยุคเศรษฐกิจตกสะเก็ดอย่างทุกวันนี้ ค่าน้ำมันก็แพงขึ้นทุกวัน ทำให้ข้าวของอย่างอื่นแพงตามไปด้วย อยากจะหนีความวุ่นวายภายนอกมาพักผ่อนอยู่กับบ้าน แต่ตามประสาคนรักบ้าน อยู่บ้านก็ต้องอยากแต่งบ้านเป็นธรรมดา เรามีไอเดียในการแต่งบ้านแบบประหยัด ที่จะช่วยทำให้บ้านยังคงเป็นสถานที่พิเศษ ที่พร้อมจะรองรับคุณในทุกสภาวะเศรษฐกิจ ประหยัดด้วยไอเดีย 1. เปลี่ยนสีบนผนัง การทาสีผนังบ้านใหม่นับเป็นวิธีแต่งบ้านที่ง่าย ประหยัดและได้ผลดีที่สุดทางหนึ่ง ลงทุนแค่สีน้ำพลาสติก สีสวยๆ กับแปรงทาสีอีกสักอัน ราคารวมกันไม่เท่าไหร่ มาจัดการเปลี่ยนผนังเก่าสีหมองในบ้านให้ดูสวยสดใสขึ้น เท่านี้ก็สามารถสร้างบรรยากาศแปลกใหม่ในบ้านได้ ด้วยราคาแบบสบายกระเป๋า 2. เก็บสายไฟในท่อ การเดินสายไฟแบบฝังในผนังดูเรียบร้อยก็จริง แต่จะซ่อมแซมหรือเดินเพิ่มทั้งที ก็ต้องทุบผนังเสียสตางค์และเสียเวลา ลองเปลี่ยนมาเดินลอยบนผนัง โดยร้อยใส่ท่อเหล็กแล้วอาจทาสีทับให้ดูเรียบร้อย ช่วยประหยัดงบประมาณในการดูแลรักษาและซ่อมแซม 3. ปรับแสงปรับอารมณ์ เปลี่ยนสีของหลอดฟลูออเรสเซนต์ทั่วๆไป โดยนำมาหุ้มด้วยปลอกพลาสติกหลากสี ราคาเพียงปลอกละ 10 บาท ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไป เพียงเท่านี้ก็จะได้หลอดไฟสีสวยไว้ใช้ตกแต่ง และสร้างบรรยากาศของบ้านได้ในราคาถูก และช่วยประหยัดพลังงานมากกว่าหลอดนีออน 4. เปลี่ยนโครงสร้างบ้านเป็นเฟอร์นิเจอร์ ใช้ประโยชน์จากส่วนโครงสร้างของบ้าน เช่น ช่องว่างระหว่างเสา โดยติดแผ่นไม้ทำเป็นชั้นวางของ ติดประตูบานเลื่อนเพื่อกันฝุ่นหรือติดม่านกั้นแทนบานตู้ เท่ากับว่าเราประหยัดงบประมาณเงิน ค่าทำเฟอร์นิเจอร์ทั้งด้านหลังและด้านข้าง นอกจากนี้อาจก่อปูนสูงสัก 40 เซนติเมตร หรือติดแผ่นไม้วางเบาะเพื่อทำเป็นม้านั่งก็ได้ ช่วยประหยัดงบประมาณในการทำเฟอร์นิเจอร์ไปได้เยอะ ปรับเปลี่ยนได้
>> อ่านต่อ
Aug
25
Posted in
แต่งบ้าน |
Comments Off
ทุกครั้งที่จัดดอกไม้ การวางคอนเซ็ปต์ของสีเอาไว้ก่อนจะช่วยให้การจัดดอกไม้ออกมาตรงกับได้มากที่สุด ซึ่งโทนสีที่ใช้ในการจัดมักแบ่งได้เป็น 2 โทนสี ได้แก่ โทนสีร้อน และโทนสีอ่อน การใช้สีโทนร้อนเป็นการแสดงออกถึงพลัง ความตื่นเต้นเร้าใจ ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ สีของดอกไม้ที่ใช้ เช่น สีแดง สีส้ม สีเหลือง หรือสีม่วง ส่วนการจัดดอกไม้สีโทนอ่อนมักใช้ในโอกาสสำคัญ หรือพิธีทางศาสนา เช่น งานแต่งงาน มักใช้ดอกไม้สีขาว เนื่องจากเป็นทางเลือกที่คลาสสิก ให้ความงามที่สบายตา ดูมีรสนิยม และจะเป็นการดีหากเลือกภาชนะอยู่ในโทนสีเดียวกัน นอกจากนั้น ก็ควรเลือกสีให้เข้ากับตัวบ้าน เพราะต้องยึดบ้านเป็นหลัก สีที่ต้องพิจารณาประกอบก็คือ สีของบ้าน ผ้าม่าน วัสดุอุปกรณ์ในบ้าน เช่น ถ้าบ้านขาว การเลือกสีดอกไม้ก็จะง่าย สามารถเลือกสีเด่นๆ ให้บ้านดูเด่นขึ้นได้ ส่วนถ้าบ้านสีเข้ม ก็อาจต้องเลือกดอกไม้สีอ่อนโยน นุ่มนวล เพื่อช่วยให้ห้องนั้นดูสว่างขึ้นได้ หลักคิดในการจัดดอกไม้ (โดยเฉพาะกรณีการจัดดอกไม้ประดิษฐ์) ผู้จัดควรคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ดังต่อไปนี้ - ความเหมาะสมกับโอกาสและสถานที่ - ความสะดวกในการนำไปใช้ - ความสวยงามและความคงทน ทั้งสามปัจจัยข้างต้นถือเป็นแนวทางสำคัญในการเลือกภาชนะ ชนิดของดอกไม้ และแบบของดอกไม้ที่เหมาะสมกับโอกาสและสถานที่ได้เป็นอย่างดี
>> อ่านต่อ
Jul
27
Posted in
แต่งบ้าน |
Comments Off
หน้าต่างเป็นองค์ประกอบของบ้านที่ช่วยให้เรามองเห็นบรรยากาศภายนอก แต่บางครั้งแสงแดดที่ส่องเข้ามาก็ทำให้เรารู้สึกไม่สบายสักเท่าไร หรือบางทีเราก็ต้องการความเป็นส่วนตัวบ้าง ฉะนั้น เราจึงมีตัวช่วยที่เรียกว่า “ม่าน” แม้หน้าต่างในแต่ละส่วนของบ้านจะมีข้อจำกัดต่างกันไป แต่เราก็มีวิธีติดม่านให้ดูสวยเก๋แถมมีประโยชน์ใช้สอยลงตัวในคราวเดียวมาฝากกัน 1. หน้าต่างบานเล็ก…อยากใหญ่ ใครกำลังกลุ้มใจว่าหน้าต่างที่บ้านบานเล็กเกินไป เรามีวิธีแก้ปัญหาง่ายๆด้วยการติดผ้าม่านสองชั้น โดยเหนือกรอบหน้าต่างด้านบนติดราวผ้าม่านให้เลยออกนอกกรอบบานไปหน่อย จะให้ความรู้สึกว่ากว้างกว่าความเป็นจริง จากนั้นหาผ้าม่านผืนที่สองมาต่อกับชายผ้าม่านผืนแรกโดยให้ยาวจรดพื้น จะช่วยให้หน้าต่างดูยาวขึ้น แนะนำให้เลือกใช้ผ้าพลิ้วๆที่ทิ้งตัวในโทนสีอ่อนๆหรือมีลายเล็กๆจะแจ่มมาก เพราะผ้าม่านแบบนี้ช่วยเพิ่มเนื้อที่บนผนัง หากใช้ผ้าหนักที่มีลวดลายและสีแรงๆ จะทำให้ห้องดูอึดอัดและไม่สบายตา 2. เพดานเตี้ย…แต่อยากสูง สำหรับห้องที่มีเพดานไม่สูง ซ้ำร้ายหน้าต่างยังบานเล็ก ไม่เต็มผนัง แถมบานหน้าต่างยังซอยย่อยเป็นช่องๆ ทำให้ผนังดูเตี้ยลงและไม่สวยงามอีก อย่าเพิ่งปวดสมอง เพราะเราสามารถแก้ไขได้ด้วยการทำกรอบหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดาน จากนั้นก็ติดผ้าม่านไบล์นแนวตั้งหรือมู่ลี่แนวตั้งที่สามารถปรับองศาได้ แค่นี้ก็ช่วยหลอกตาให้หน้าต่างดูยาวและเพดานดูสูงขึ้นด้วย 3. สองชั้น…สองความรู้สึก ไอเดียนี้เหมาะสำหรับคนสองอารมณ์ คืออารมณ์หนึ่งฉันอยากได้แสงสว่าง แต่อีกอารมณ์ฉันไม่อยากได้แล้ว แนะนำให้ติดมู่ลี่ไม้หรืออะลูมิเนียมที่ในชั้นในสุดก่อน แล้วปิดทับอีกชั้นด้วยผ้าม่านที่กรองแสงได้ เลือกความโปร่งของผ้าตามปริมาณแสงที่ต้องการ ทั้งนี้เพราะการทำม่านสองชั้นสามารถควบคุมแสงสว่างที่ลอดผ่านเข้ามาภายในห้องได้ดีกว่าชั้นเดียว โดยมู่ลี่แม้มีประโยชน์ช่วยหรี่แสงได้ (สำหรับกรณีที่ต้องการแสงสว่างบ้าง) แต่ไม่ได้กันแสงแดดร้อยเปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นเวลาที่ไม่ต้องการให้แสงเข้ามารบกวน เราก็ดึงผ้าม่านมาปิดเสีย แสงแดดก็จะไม่ส่องแยงตาให้รำคาญใจ 4. ทบกันเพื่อความเป็นส่วนตัว การติดม่านแบบทบไขว้กันไปมาแบบนี้มีข้อดีคือ แสงไม่สามารถลอดเข้ามาตามรอยต่อของผ้าม่านได้ ซึ่งคงถูกใจผู้ที่ชอบความเป็นส่วนตัว หรือผู้ที่ชอบนอนตื่นสาย แต่ไอเดียนี้อาจต้องใช้ผ้าเยอะสักหน่อย เพราะเท่ากับว่ามีผ้าถึงสองชั้น ม่านแบบนี้ไม่มีรอยจีบ
>> อ่านต่อ