ทุกครั้งที่จัดดอกไม้ การวางคอนเซ็ปต์ของสีเอาไว้ก่อนจะช่วยให้การจัดดอกไม้ออกมาตรงกับได้มากที่สุด ซึ่งโทนสีที่ใช้ในการจัดมักแบ่งได้เป็น 2 โทนสี ได้แก่ โทนสีร้อน และโทนสีอ่อน

การใช้สีโทนร้อนเป็นการแสดงออกถึงพลัง ความตื่นเต้นเร้าใจ ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ สีของดอกไม้ที่ใช้ เช่น สีแดง สีส้ม สีเหลือง หรือสีม่วง ส่วนการจัดดอกไม้สีโทนอ่อนมักใช้ในโอกาสสำคัญ หรือพิธีทางศาสนา เช่น งานแต่งงาน มักใช้ดอกไม้สีขาว เนื่องจากเป็นทางเลือกที่คลาสสิก ให้ความงามที่สบายตา ดูมีรสนิยม และจะเป็นการดีหากเลือกภาชนะอยู่ในโทนสีเดียวกัน

นอกจากนั้น ก็ควรเลือกสีให้เข้ากับตัวบ้าน เพราะต้องยึดบ้านเป็นหลัก สีที่ต้องพิจารณาประกอบก็คือ สีของบ้าน ผ้าม่าน วัสดุอุปกรณ์ในบ้าน เช่น ถ้าบ้านขาว การเลือกสีดอกไม้ก็จะง่าย สามารถเลือกสีเด่นๆ ให้บ้านดูเด่นขึ้นได้ ส่วนถ้าบ้านสีเข้ม ก็อาจต้องเลือกดอกไม้สีอ่อนโยน นุ่มนวล เพื่อช่วยให้ห้องนั้นดูสว่างขึ้นได้

หลักคิดในการจัดดอกไม้ (โดยเฉพาะกรณีการจัดดอกไม้ประดิษฐ์) ผู้จัดควรคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ดังต่อไปนี้
 - ความเหมาะสมกับโอกาสและสถานที่
 - ความสะดวกในการนำไปใช้
 - ความสวยงามและความคงทน
ทั้งสามปัจจัยข้างต้นถือเป็นแนวทางสำคัญในการเลือกภาชนะ ชนิดของดอกไม้ และแบบของดอกไม้ที่เหมาะสมกับโอกาสและสถานที่ได้เป็นอย่างดี

สำหรับเทคนิคอื่นๆ ที่ต้องคำนึงถึงก็คือ เรื่องของพื้นที่บ้าน และการจัดวางดอกไม้ให้เด่น สอดรับกับลักษณะบ้าน
การจัดดอกไม้ในบ้านสามารถใช้รูปทรงหลากหลายได้ โดยผู้จัดควรยึดคอนเซปต์ของสีเป็นหลัก ยกตัวอย่างเช่น บ้านที่มีพื้นที่กว้างๆ อาจเลือกรูปทรงเก๋ๆ แล้วจัดเพียงจุดเดียว ดอกไม้ก็จะดูเด่น เสริมบ้านให้ดีขึ้น ส่วนถ้าบ้านใดมีพื้นที่ไม่มาก ก็ควรเป็นแจกันเล็กๆ ทรงพุ่ม จัดเข้ามุมเล็กๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นควรมองหาพื้นที่ว่าง ไม่เช่นนั้นบางมุมจัดไปแล้วไม่มีประโยชน์ มองไม่เห็นว่ามีแจกันอยู่

ถ้าเป็นโต๊ะอาหาร หรือมุมรับแขกควรเป็นแจกันเล็กๆ เตี้ยๆ จะดูน่ารักกว่า แต่ควรยึดธีมหลักของบ้านเอาไว้ มิเช่นนั้นบ้านจะดูหลากหลาย สับสน ไม่แน่ใจว่าบ้านต้องการจะเด่นแบบไหน

นอกจากดอกไม้จะช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับบ้านแล้ว ยังช่วยเพิ่มบรรยากาศ และความประทับใจให้กับตัวบ้านให้กับผู้อยู่อาศัยได้อีกด้วย ดังนั้นผู้เป็นเจ้าของบ้านจึงไม่ควรละเลยเทคนิคต่างๆ เหล่านี้ และเลือกหยิบใช้ให้เหมาะสม เพื่อที่ว่าแจกันและบ้านของท่านจะได้งดงามอยู่เสมอ